โครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ

 

คลังปัญญาผู้สูงอายุ   

ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม “แบบประวัติคลังปัญญาผู้สูงอายุ”

ธนาคารสมอง

ที่มาของธนาคารสมอง สืบเนื่องจากพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานในที่ประชุมมหาสมาคม ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2543 เนื่องในมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ตอนหนึ่งว่า “ความจริง หกสิบแล้ว ถึงแม้จะเป็นเวลาที่สมควรจะให้ผู้ที่อายุน้อย เข้ามาได้ทำหน้าที่ของเขาบ้าง มีโอกาสทำหน้าที่เราก็ยังเป็นกองหนุนที่คอยปกป้องคุ้มครองบ้านเมือง เรียกว่า “บรนด์แบงค์ (Brain Bank) ธนาคารสมอง” โดยการนำผู้สูงอายุที่เกษียณแล้ว แต่ยังมีความรู้ความสามารถช่วยงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

ธนาคารสมองคืออะไร  ธนาคารเป็นศูนย์รวมผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาอาชีพต่างๆ ที่เกษียณอายุแล้ว ที่มีความพร้อมและสมัครใจที่จะนำปัญญาความรู้ และประสบการณ์มาช่วยพัฒนาประเทศโดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตัว แต่มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติภารกิจของธนาคารสมอง วุฒิอาสาธนาคาร  สมองเป็นคลังปัญญาของประเทศ ที่พร้อมอาสา ร่วมพัฒนาสังคมและประเทศชาติในลักษณะการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน ในอันที่จะสะสมความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตนแต่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะเป็นการสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการจัดตั้งธนาคารเพื่อให้การดำเนินงานและการบริหารจัดการธนาคารสมองบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการธนาคารสมองขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549

จากธนาคารสมองสู่โครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ

จากแนวพระราชดำริดังกล่าวข้างต้น ทำให้เห็นว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระอัจฉริยภาพที่ลึกซึ้ง เข้าใจปรัชญาการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ ที่ยึดผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เชื่อมั่นว่า ผู้สูงอายุเป็นผู้มีคุณค่า มีศักยภาพ มีศักดิ์ศรี สมควรได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อเป็นการรับสนองแนวพระราชดำริกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจด้านการคุ้มครอง ส่งเสริมและสนับสนุนสถานภาพ บทบาทและกิจกรรมของผู้สูงอายุที่ทรงภูมิปัญญาในด้านต่างๆอาทิเช่น การพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการชุมชน  เกษตรกรรม งานอาชีพ  ศิลปหัตถกรรม งานประดิษฐ์ ตลอดจนนวัตกรรมจากภูมิปัญญาอื่นๆ ที่ผู้สูงอายุได้คิดค้นหรือประมวลทักษะชีวิตและประสบการณ์จากการดำเนินชีวิต หากได้รวบรวมขึ้นทะเบียนเป็นภาพรวมของตำบล อำเภอและจังหวัด  เพื่อเป็นคลังปัญญาผู้สูงอายุ อันเป็นการส่งเสริมคุณค่าของผู้สูงอายุ ให้ดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยผู้สูงอายุนั้น ถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่จะสามารถอนุรักษ์ศิลปะ ความชำนาญ การฟื้นฟูความรู้  สืบสานและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถายให้กับคนรุ่นต่อไป เพื่อไม่ให้ความรู้หรือภูมิปัญญานั้นสิ้นสุดหรือสูญหายไป เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้สูงอายุก็จะเกิดความภาคภูมิใจ ชุมชนก็จะได้ประโยชน์ก่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาสังคม โดยภาคประชาชนเป็นแกนหลัก ส่งผลให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน และสอดคล้องกับ

บริบทของสังคมไทย โครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ จึงเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อผู้สูงอายุที่จะได้ยืดและต่ออายุความรู้ ประสบการณ์ที่ตนมี หรือได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นก่อน ได้นำมาถ่ายทอดสู่ชุมชนรุ่นหลัง ให้ความรู้และภูมิปัญญาเหล่านั้น อยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภูมิปัญญา หมายถึง แบบแผนการดำเนินงานชีวิตที่มีคุณค่า แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของบุคคลและสังคม ซึ่งได้สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาจะเป็นทรัพยากรบุคคลหรือความรู้ก็ได้

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน หมายถึง ทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ อยู่ในท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งอาจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนหรือเป็นลักษณะสากลที่หลายท้องถิ่นมีความคล้ายคลึงกันก็ได้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านในแต่ละท้องถิ่นเกิดจากการที่ชาวบ้านแสวงหาความรู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคมที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ภูมิปัญญาพื้นบ้านจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและวิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น การประกอบอาหาร ประเพณีพิธีกรรมของชุมชน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้กระทำเกิดความสบายใจ รู้สึกอบอุ่นโดดเดี่ยว ให้คุณค่าทางจิตใจและให้ความรู้สึกที่ถือว่าเป็นพลังทางศีลธรรมหรือประเพณี การรวมกำลังช่วยกันทำงานที่ใหญ่หลวงเกินวิสัยที่จะทำได้สำเร็จคนเดียว เช่น การลงแขกสร้างบ้าน  สร้างวัด  สร้างถนนหนทาง หรือขุดลอกแหล่งน้ำ เป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือกันภายในชุมชน ทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน โดยทั่วไป

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน จะเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นประโยชน์แก่คนทุกระดับ มีลักษณะเด่นคือ สร้างสำนึกของความเป็นหมู่คณะ ทั้งในระดับครอบครัวและเครือญาติ ภูมิปัญญาเป็นความรู้ที่ประกอบไปด้วยคุณธรรม ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน ชีวิตของชาวบ้านไม่ได้แบ่งแยกเป็นส่วนๆ หากแต่ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กัน การทำมาหากิน การอยู่ร่วมกันในชุมชน การปฏิบัติศาสนา  พิธีกรรมและประเพณี ความรู้เป็นคุณธรรม เมื่อผู้ใช้ความรู้นั้น     เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง คนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสัมพันธ์ที่มีความสมดุล ที่เคารพกันและกัน ไม่ทำร้ายทำลายกันทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ชุมชนดั้งเดิมจึงมีกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกัน มีคนเฒ่าคนแก่เป็นผู้นำ คอยให้คำแนะนำ ตักเตือน ตัดสิน และลงโทษหากมีการละเมิดชาวบ้านเคารพธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ ป่า เขา ข้าว แดด  ลม ฝน โลกและจักรวาล  ชาวบ้านเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ทั้งที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ภูมิปัญญาทำให้ชาติและชุมชนผ่านพ้นวิกฤติและดำรงความเป็นชาติหรือชุมชนได้ ถึงแม้ผู้คนไม่น้อยเห็นว่า ชุมชนอีสาน เป็นดินแดนแห่งความยากจน แท้ที่จริงไม่มีมนุษย์ผู้ใดและสังคมใด ที่ปล่อยให้วันเวลาผ่านเลยไปโดยไม่สั่งสมประสบการณ์หรือไม่เรียนรู้อะไรเลยจากช่วงชีวิตหนึ่งของตน ไม่ว่าในภาวะสุขหรือทุกข์ คนอีสานได้ใช้สติปัญญาสั่งสมความรู้ ดังจะเห็นได้จากภาษิตอีสาน (ผญาก้อม) จำนวนไม่น้อยที่แสดงทัศนะ ชื่นชมคุณค่าของความรู้ในการประกอบอาชีพ และค่านิยมประการหนึ่งของชาวอีสานคือ ยกย่องความรู้และการใช้ความรู้อย่างมีคุณธรรม

จากการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นไปตามกระแสทุนนิยม โดยรัฐใช้อำนาจในการจัดการเปลี่ยนแปลงวิถีชาวบ้านด้วยการส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อค้าขาย เช่น ปลูกอ้อย  มันสำปะหลัง  ปอ  ข้าวโพด  ข้าว การผลิตเพื่อขายทำให้ขยายพื้นที่การเกษตร เกิดการทำลายสภาพป่าไม้และแหล่งน้ำ การผลิตเพื่อขายทำให้มีการโยกย้ายผลผลิตออกจากหมู่บ้าน  ชาวบ้าน

ได้รับผลตอบแทนที่ไม่สมดุล ถูกเอารัดเอาเปรียบในตลาดการค้า กำไร ตกอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางมากกว่าตกอยู่ในมือชาวบ้านผู้ผลิต พ่อค้าซื้อราคาถูกแต่ขายในราคาแพง ชาวบ้านในกระแสทุนนิยมจึงประสบปัญหาหนี้สิน เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช  ค่าแรงงานในการไถ หว่าน ปักดำ เก็บเกี่ยว และสิ่งฟุ่มเฟือยอื่นๆ

คลังปัญญาผู้สูงอายุ

ความหมายของคลังปัญญาผู้สูงอายุ

คลังปัญญาผู้สูงอายุคือ การรวบรวมบุคคลผู้มีอายุ 60  ปีขึ้นไป สุขภาพดี มีความรู้ ความสามารถ  มีประสบการณ์จากการทำงาน  มีความพร้อมที่จะสมัครใจอุทิศเพื่อนำปัญญา  ความรู้  ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญมาอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น กลุ่มบุคคลอื่น  ชุมชนและประเทศชาติ  โดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตัว ผู้ที่เป็นภูมิปัญญาผู้สูงอายุชุมชนจึงเป็นผู้ที่ทรงคุณค่า เปี่ยมด้วยพลังศักยภาพ และยังมีบทบาทการถ่ายทอดภูมิรู้ ภูมิธรรม  และภูมิปัญญาอันดีงามให้สืบทอดไว้ในชุมชน  และสังคมต่อไป  จังหวัดจะเป็นแหล่งรวมหรือเป็นคลังแห่งปัญญาผู้สูงอายุ  เป็นศูนย์กลางพร้อมจะกระจายงานให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพออกไปสร้างความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจตลอดจนการพัฒนาคนและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

ภูมิปัญญาด้านต่างๆ

ผู้สูงอายุที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนคลังปัญญาฯ ควรมีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างน้อยทุก 2 ปี  สาขาภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ได้แก่

  1. ด้านการศึกษา คือ ผู้มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ต่าง ๆ โดยไม่หวงวิชา ทั้งด้านทฤษฎี และปฏิบัติ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้และเป็นผู้ที่ศึกษาหาความรู้  รวบรวมข้อมูล  ถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นได้
  2. ภูมิปัญญาด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้แก่ ความสามารถในการจัดการป้องกันและรักษาของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองทางด้านสุขภาพ และอนามัยได้ เช่น ยาสมุนไพร  การนวดแผนโบราณ  การดูแลรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน เป็นต้น
  3. ภูมิปัญญาด้านเกษตร ได้แก่ ความสามารถในการผสมผสาน องค์ความรู้ ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าทางสังคมซึ่งคนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ เช่น การทำเกษตรแบบผสมผสานการแก้ปัญหาการเกษตร ด้านตลาด การแก้ปัญหาด้านการผลิต เป็นต้น
  4. ภูมิปัญญาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์การพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การอนุรักษ์ป่าชายเลน การปลูกและใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก
  5. ภูมิปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการประดิษฐ์ หรือคิดค้นสิ่งของวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้ในการ

ประกอบอาชีพหารายได้  หรือนำแนวคิดทางด้านวิทยาศาสตร์  ถ่ายทอดให้ผู้อื่นไปใช้ในชีวิตซึ่งมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น  เช่น วิธีการแช่อิ่มอาหารโดยสารจากธรรมชาติ  การย้อมสีผ้าโดยธรรมชาติ เป็นต้น

  1. ภูมิปัญญาด้านวิศวกรรม ได้แก่ ความสามารถในการสร้างหรือประดิษฐ์โครงสร้างขนาดใหญ่ หรือการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ อาจนำหลักการทางวิศวกรรมมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน หรือประชาชนในพื้นที่ เช่น การทำเขื่อน หรืออ่างเก็บกักน้ำ เป็นต้น
  2. ภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรม ได้แก่ ความสามารถในการผสมผสานความรู้ประสบการณ์ในการตกแต่ง ออกแบบ ประดิษฐ์วัสดุอุปกรณ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโครงสร้าง หรือสถานที่ที่มีความเฉพาะ หรือเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่
  3. ภูมิปัญญาด้านการพัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน การสังคมสงเคราะห์ ได้แก่ ความสามารถช่วยเหลือทางด้านสังคม การเยี่ยมเยียนคนยากจน คนด้อยโอกาส การจัดเวทีประชาคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาชุมชน พื้นที่ให้มีความเจริญมั่นคงต่อไป
  4. ภูมิปัญญาด้านกฎหมาย ได้แก่ ความสามรถในการนำประสบการณ์ ความรู้ด้านกฎหมายใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชน ช่วยเหลือผู้มีปัญหาด้านกฎหมายต่างๆ
  5. ภูมิปัญญาด้านการเมืองการปกครอง ได้แก่ ความสามารถเป็นผู้นำในการปกครองพื้นที่ ชุมชนรักษาความสงบในพื้นที่ให้อยู่อย่างมีความสุข เป็นชุมชนที่พึ่งตนเอง หรือนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
  6. ภูมิปัญญาด้านศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ สาขาต่างๆ เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม  นาฎศิลป์  ดนตรี ทัศนศิลป์ การอนุรักษ์การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่
  7. ภูมิปัญญาด้านศาสนา จริยธรรม ได้แก่ การนำหลักคำสอนทางศาสนา ปรัชญาความเชื่อมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน การถ่ายทอดหลักคำสอนทางศาสนาให้แก่ลูกหลานให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี
  8. ภูมิปัญญาด้านพาณิชย์และบริการ ได้แก่ ความสามารถในการพัฒนาการให้บริการดูแลผู้อื่นให้เกิดความพึงพอใจ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพสร้างรายได้ หรือการเพิ่มมูลค่าของหรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่เป็นของโบราณ  เช่น การทำบายศรีโดยประยุกต์ให้มีความหลากหลาย เป็นที่สนใจมากขึ้น
  9. ภูมิปัญญาด้านความมั่นคง ได้แก่ ความสามารถในการปกป้องคุ้มครองประเทศให้ปลอดภัยด้วยวิธี หรือวิธีการที่ได้เรียนรู้ หรือประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา เช่น ทหารที่ปลดประจำการได้นำความรู้  ระเบียบวินัยต่างๆ มาถ่ายทอดให้แก่เด็กและเยาวชน ทำให้บุคคลเหล่านั้นเป็นพลเมืองดี  ไม่สร้างความวุ่นวายให้สังคม
  10. ภูมิปัญญาด้านบริหารจัดการและบริหารธุรกิจ ได้แก่ ความสามารถในการประยุกต์ วิธีการหรือจัดการธุรกิจ  หรือกิจการให้ได้รับผลประโยชน์แก่ตนเอง หรือปันส่วนผลประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้อง และแบ่งให้ได้ผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย หรือสามารถถ่ายทอดวิธีการเหล่านี้แก่ผู้อื่นได้
  11. ภูมิปัญญาด้านการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ความสามารถในการผลิตสื่อหรือเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์  สาระความรู้  หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยเอกสาร แผ่นพับ การบอกต่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในสมัยโบราณ  สมัยก่อนของท้องถิ่นให้คงอยู่
  12. ภูมิปัญญาด้านการคมนาคมและการสื่อสาร ได้แก่ การนำความรู้ประสบการณ์ด้านคมนาคม การสื่อสารสมัยก่อน ถ่ายทอดให้ผู้ให้ความสนใจ เช่น  ช่องทางการสื่อสาร การรักษาทางน้ำ  วิธีการสมัยโบราณให้เป็นการสร้างเส้นทางคมนาคม  พาหนะเก็บรักษาไว้ให้คงอยู่
  13. ภูมิปัญญาด้านพลังงาน ได้แก่ การนำวัสดุทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งทดแทนมาใช้แทนพลังงานที่กำลังจะหมดไป เช่น สบู่ดำทดแทนเชื้อเพลิง  ถ่านแท่งที่ผลิตจาก แกลบ กะลา และวัสดุต่างๆ ในท้องถิ่น เป็นต้น
  14. ภูมิปัญญาด้านต่างประเทศ ประสบการณ์ในการติดต่อเจรจาต่อรองเกี่ยวกับชาวต่างชาติ หรือประสานการดำเนินงานกับต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก หรือนำผลประโยชน์มาให้ประเทศไทย สามารถนำความรู้ถ่ายทอดให้ผู้อื่นเป็นกลยุทธ์ในการประสานงานกับต่างชาติ
  15. ภูมิปัญญาด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ได้แก่ การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย ประหยัดและเป็นธรรม
  16. ภูมิปัญญาด้านภาษา วรรณศิลป์ ได้แก่ ความสามารถด้านภาไทยพื้นถิ่น ไทยดั้งเดิม กาพย์ กลอน โคลง
  17. ภูมิปัญญาด้านวาทศิลป์ ได้แก่ การอนุรักษ์การใช้พูดภาษาไทยอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามกาลเทศะ ตามประเพณีไทย

 

ดาวน์โหลด   แบบฟอร์มคลังปัญญาผู้สูงอายุ